25 สิงหาคม 2569
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยสถานการณ์น้ำประปาในพื้นที่ประสบอุทกภัย จ.น่าน ปัจจุบันการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สามารถฟื้นฟูระบบประปาและกลับมาจ่ายน้ำได้ตามปกติ 100% พร้อมกำชับให้เฝ้าระวังน้ำอย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อมสนับสนุนการฟื้นฟูเพื่อให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติอย่างเต็มกำลัง
นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์อุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดน่าน ระหว่างวันที่ 18–21 สิงหาคม 2569 ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนและระบบโครงสร้างพื้นฐานในหลายพื้นที่ ได้กำชับให้ กปภ. ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ เครื่องจักร และอุปกรณ์เข้าฟื้นฟูระบบผลิตและจ่ายน้ำประปาที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มกำลัง เพื่อคืนบริการน้ำประปาให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด โดยเฉพาะพื้นที่ อ.ปัว และ อ.ท่าวังผา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ทั้งนี้ ปัจจุบันระบบประปาของ กปภ.สาขาท่าวังผา สามารถกลับมาให้บริการได้ตามปกติแล้ว ถือเป็นส่วนสำคัญในการฟื้นฟูระบบสาธารณูปโภคและช่วยให้ประชาชนกลับเข้าสู่การดำเนินชีวิตตามปกติโดยเร็ว
นายเจเศรษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบัน กปภ. สามารถฟื้นฟูระบบประปาและกลับมาจ่ายน้ำได้ตามปกติ 100% เป็นส่วนสำคัญในการคืนระบบสาธารณูปโภคให้ประชาชน พร้อมกำชับให้ กปภ. ยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์ ตรวจสอบระบบผลิต ระบบจ่ายน้ำ และคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง รวมถึงเตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องจักร และอุปกรณ์ เพื่อให้สามารถเข้าดำเนินการได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
นายจักรพงศ์ คำจันทร์ ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า กปภ. ได้ดำเนินการตามข้อสั่งการของ มท.3 อย่างเร่งด่วน โดยระดมทีมเจ้าหน้าที่ทั้งในพื้นที่และหน่วยงานสนับสนุนเข้าตรวจสอบ ซ่อมแซม และบริหารจัดการระบบผลิตและจ่ายน้ำอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด กปภ.สาขาท่าวังผา สามารถจ่ายน้ำได้ตามปกติ 100% โดยจุดที่ได้รับผลกระทบล่าสุดบริเวณบ้านร้อง ตำบลปัว อำเภอปัว ซึ่งมีผู้ใช้น้ำได้รับผลกระทบไม่ถึง 50 ราย เจ้าหน้าที่ได้เร่งดำเนินการแก้ไขและวางแนวท่อเพื่อคืนการจ่ายน้ำให้ประชาชนแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2569
ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ภายหลังสถานการณ์น้ำลด ประชาชนในพื้นที่อำเภอปัวมีความต้องการใช้น้ำเพิ่มสูงขึ้นจากการทำความสะอาดบ้านเรือน โดยปริมาณการใช้น้ำเพิ่มจากภาวะปกติประมาณ 3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน เป็นประมาณ 5,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน จึงอาจส่งผลให้บางพื้นที่มีน้ำไหลอ่อนหรือแรงดันน้ำลดลงเป็นบางช่วง กปภ. ได้บริหารจัดการระบบจ่ายน้ำอย่างใกล้ชิด พร้อมขอให้ประชาชนสำรองน้ำไว้ใช้ตามความจำเป็นในช่วงที่มีการใช้น้ำพร้อมกันในปริมาณสูง สำหรับด้านคุณภาพน้ำ กปภ. ให้ความสำคัญกับการควบคุมคุณภาพน้ำประปาในทุกขั้นตอน โดยมีการกรองและตรวจวัดค่าความขุ่นให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน รวมทั้งจัดส่งตัวอย่างน้ำตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ (Lab Cluster) กปภ.สาขาเชียงรายทุก 15 วัน เพื่อตรวจสอบคุณภาพทั้งด้านกายภาพและชีวภาพ สร้างความมั่นใจให้ประชาชนว่าน้ำประปาที่จ่ายเข้าสู่ระบบมีคุณภาพ สะอาด และปลอดภัยสำหรับการอุปโภคบริโภค
ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวว่า ตลอดช่วงสถานการณ์อุทกภัย กปภ. ได้ดำเนินภารกิจบรรเทาความเดือดร้อนควบคู่กับการฟื้นฟูระบบประปา โดยสนับสนุนน้ำดื่มบรรจุขวดตราสัญลักษณ์ กปภ. จำนวน 10,000 ขวด ให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานฟื้นฟูพื้นที่ รวมทั้งสนับสนุนน้ำประปาแก่ประชาชนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานราชการในพื้นที่ กปภ.สาขาท่าวังผาแล้วกว่า 477,000 ลิตร เพื่อให้มีน้ำสะอาดเพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภคและการทำความสะอาดพื้นที่หลังน้ำลด โดย กปภ. ยังคงพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของทุกหน่วยงานในการฟื้นฟูพื้นที่จังหวัดน่านอย่างเต็มกำลัง พร้อมดูแลระบบประปาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้ประชาชนมีน้ำประปาที่สะอาด มีคุณภาพ และเพียงพอต่อการดำรงชีวิต ทั้งนี้ หากประชาชนพบปัญหาการใช้น้ำ สามารถแจ้งได้ที่ PWA Contact Center 1662 ตลอด 24 ชั่วโมง