ผู้ว่าการ กปภ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรี (การประปาส่วนภูมิภาค)

Accessibility

Contact Menu

ผู้ว่าการ กปภ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรี

ผู้ว่าการ กปภ.ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำ จ.เพชรบุรี

          นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ร่วมติดตาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ จ.เพชรบุรี ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561

          นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้ว่าการ กปภ. เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ จ.เพชรบุรีครั้งนี้ มีภารกิจเพื่อร่วมติดตามนายกรัฐมนตรีในการติดตามสถานการณ์น้ำเพื่อประเมินระดับน้ำ พร้อมทั้งรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์น้ำและนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำที่มาจากเขื่อนแก่งกระจาน ณ ห้องประชุมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาเพชรบุรี อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ทั้งนี้ ได้มีการติดตั้งกาลักน้ำไปแล้ว 15 ชุดเพื่อช่วยเร่งระบายน้ำออก ขณะนี้ มีปริมาณน้ำไหลออกท้ายเขื่อนแก่งกระจานผ่าน อ.แก่งกระจาน และ อ.ท่ายาง จนมาถึงเขื่อนเพชร โดยได้มีมาตรการเตรียมการและเร่งระบายน้ำด้วยการติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดเสี่ยงที่อาจมีปริมาณน้ำท่วมในชุมชน ติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำเพื่อเร่งระบายน้ำในจุดที่มีการระบายน้ำได้ช้า และเตรียมการให้พร้อมด้านต่างๆ เช่น รถขุดตักเพื่อขุดเปิดทางน้ำ เป็นต้น  

          จากนั้น ผู้ว่าการ กปภ. ได้ลงพื้นที่ กปภ.สาขาเพชรบุรีเพื่อติดตามสถานการณ์น้ำ เน้นย้ำให้เฝ้าระวังระดับน้ำและรับมือน้ำท่วม ต้องพร้อมผลิตและให้บริการน้ำประปา ควบคู่กับการตรวจสอบน้ำประปาทั้งด้านปริมาณและคุณภาพโดยใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นและสามารถบริการน้ำประปาให้ประชาชนได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ได้มอบนโยบายด้านการบริหารจัดการน้ำด้วยเทคโนโลยี พัฒนาระบบ SCADAให้ครอบคลุมและทั่วถึงในทุกสาขา เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน รองรับความต้องการใช้น้ำในอนาคต และติดตามสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว ตลอดจน กปภ.จะส่งเสริมให้มีคลัสเตอร์ในลุ่มน้ำสำคัญทั่วประเทศ และพัฒนาระบบ Billing สู่ระบบ CIS เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ

          ผู้ว่าการ กปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ขอให้ประชาชนมั่นใจว่า แม้ว่า กปภ.สาขาเพชรบุรีอาจจะประสบอุทกภัย แต่ยังคงทำการผลิตและจ่ายน้ำประปาให้บริการประชาชนได้ตามปกติ ทั้งนี้ กปภ.ได้ควบคุมคุณภาพน้ำประปาในทุกขั้นตอน เพื่อรักษาคุณภาพของน้ำประปาให้สม่ำเสมอตลอดแนวเส้นท่อและให้มีความเหมาะสมสำหรับการอุปโภคบริโภค

เลื่อนขึ้นข้างบน